news201905220254496

ยิ่งใหญ่! ร้อยเรียงเรื่องราว “ปีศาจแดง” ตั้งแต่ก่อตั้งสโมสรจนถึงปัจจุบัน

ต่อจากนี้จะเป็นเรื่องราวต่างๆของ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรที่ได้ชื่อว่ายิ่งใหญ่ที่สุดบนเกาะอังกฤษ จากอดีตในยุคก่อตั้งสโมสร จนถึงปัจจุบัน ว่าพวกเขาผ่านอะไรกันมาบ้าง มีเหตุการณ์สำคัญใดที่เกิดขึ้นกับพวกเขา รวมไปถึงสถิติต่างๆที่เหล่าสาวก ปีศาจแดง ควรรู้ ถ้าพร้อมแล้วล่ะก็ ไปดูกันเลย

สโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เริ่มก่อตั้งเมื่อปี 1878 หรือเมื่อ 140 ปีที่แล้ว โดยชื่อเดิมของพวกเขาคือ “นิวตัน ฮีท” และเปลี่ยนมาใช้ชื่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายหลังในปี 1902 ซึ่งพวกเขาสามารถคว้าแชมป์แรกไปครองได้สำเร็จในอีก 6 ปีต่อมา ในฤดูกาล 1907–1908

ประวิต แมนยู ในยุคของ เซอร์ แมตต์

ช่วงเวลาที่สำคัญต่อมา คือ ในยุคของ เซอร์ แมตต์ บัสบี้ ที่เข้าเข้ามาคุมทีมในปี 1945 เขาสามารถพาทีมคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ได้ในปี 1948 และ 1952 บัสบี ได้วางรากฐานให้กับสโมสร โดยการนำระบบแมวมองมาใช้ และได้มีนักเตะดาวรุ่งมากมายที่พัฒนาฝีเท้าจนขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่ ภายใต้ระบบนี้ อย่างเช่น เจฟฟ์ ไวท์ฟุต, แจ็คกี้ บลันช์ฟลาวเวอร์, โรเจอร์ เบิร์น และ ดันแคน เอ็ดเวิร์ดส์ กลุ่มนักเตะเหล่านี้ได้ถูกขนานนามว่า “บัสบี้ เบบส์” ซึ่งนักเตะเหล่านี้ภายใต้การนำของ เซอร์ แมตต์ บัสบี้ สามารถคว้าแชมป์ลีกได้ในปี 1956 และ 1957 นอกจากนี้ บัสบี้ ยังเป็นผู้บุกเบิกให้สโมสรฟุตบอลจากอังกฤษได้ไปแข่งขันในรายการ ยูโรเปี้ยน คัพ ในฤดูกาล 1956-1957 ซึ่งปีนั้น ยูไนเต็ด สามารถไปได้ไกลถึงรองแชมป์ ส่วนแชมป์ตกเป็นของ เรอัล มาดริด

โศกนาฏกรรม ที่เกิดขึ้น ในประวัติ แมนยู 1958

หลังจากที่ทีมกำลังทำผลงานได้ดี แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่ไม่คาดฝันขึ้น ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 1958 เมื่อเครื่องบินโดยสารของทีมได้ประสบอุบัติเหตุ มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น 23 ราย โดยจำนวนนี้มีนักเตะของทีมถึง 8 ราย ได้แก่ เจฟฟ์ เบนท์, โรเจอร์ เบิร์น, เอ็ดดี้ โคลแมน, ดันแคน เอ็ดเวิร์ดส, มาร์ค โจนส์, เดวิด เพ็กก์, ทอมมี่ เทย์เลอร์ และ บิลลี่ วีแลน รวมถึงทีมงานสตาฟโค้ช และผู้โดยสารคนอื่นอีก 15 คน นี่เป็นเหตุการณ์หนึ่งที่สร้างความเสียใจ และสะเทือนใจ ให้กับสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รวมไปถึงวงการฟุตบอลทั่วโลก

สำหรับ บัสบี้ เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่จะกลับมาคุมทีมได้อีกครั้งในเดือนสิงหาคม ปี 1958 เขาเริ่มทุ่มเงินคว้าตัวนักเตะดีๆ เพื่อให้ทีมกลับแข็งแกร่งอีกครั้ง และก้าวผ่านเหตุโศกนาฏกรรมไปให้ได้ และในปี 1963 เขาสามารถพาทีมคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพได้สำเร็จ ต่อมาก็สามารถคว้าแชมป์ลีกได้ในปี 1956 และ 1957 ซึ่งต่อมาเขาก็สามารถพาทีมประสบความสำเร็จบนเวทียุโรป โดยการคว้าแชมป์ ยูโรเปี้ยน คัพ มาครองเป็นสมัยแรกได้สำเร็จ ในช่วงที่ บัสบี้ คุมทีมนั้นนอกจากจะพาทีมประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่แล้ว ตัวนักเตะภายใต้การนำทีมของเขาก็ประสบความสำเร็จเช่นกัน เช่น เดนิส ลอว์ คว้ารางวัลบัลลงดอร์ ได้ในปี 1964 และ จอร์จ เบสต์ ก็สามารถคว้ารางวัลนี้ไปครองได้เช่นกันในปี 1968 ปีที่ ยูไนเต็ดคว้าแชมป์ ยูโรเปี้ยน คัพ ไปครองนั่นเอง

การกลับมาคุมทีมของ เซอร์ แมตต์ บัสบี้

เซอร์ แมตต์ บัสบี้ ได้ประกาศอำลาตำแหน่งผู้จัดการทีม ในฤดูกาล 1968/69 จากนั้นทีมก็ไม่ประสบความสำเร็จมาอย่างยาวนาน จนมาถึงปี 1986 การเข้ามาของชายคนหนึ่งได้ทำให้ “ปีศาจแดง” กลายเป็นโคตรทีมที่ครองความยิ่งใหญ่ในอังกฤษนับตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา

ชายคนนั้นมีนามว่า เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน โคตรตำนานผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร บรมกุนซือผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอล เฟอร์กูสัน สามารถพาทีมประสบความสำเร็จได้ในปี 1889-1990 โดยแชมป์แรกของเขากับทีม คือ เอฟเอ คัพ จากนั้นเหมือนเป็นการปลดล็อคความสำเร็จ ฤดูกาลต่อมาทีมสามารถคว้าแชมป์ ยูโรเปี้ยน คัพ วินเนอร์ส คัพ ไปครอง และในปี 1991-1992 ทีมก็ได้แชมป์ ลีก คัพ มาครองเพิ่มอีก และยังสามารถพาทีมคว้าแชมป์ลีกได้สำเร็จในปี 1992-1993 หลังจากที่ทีมห่างหายจากการเป็นแชมป์ลีกยาวนานถึง 26 ปี หลังจากนั้น เฟอร์กูสัน พาทีมคว้าดับเบิ้ลแชมป์ โดยเป็นแชมป์ลีก และแชมป์ เอฟเอ คัพ ได้ในปี 1993-1994 และทำเช่นนี้อีกครั้งในปี 1995-1996 ซึ่งปีต่อมาเขาก็สามารถพาทีมคว้าแชมป์ลีกได้อีก แต่ที่ผ่านมานั้นยังไม่ใช่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในการคุมทีมของ เฟอร์กูสัน…

ต่อมาในปี 1998-1999 นี่คือทีมชุดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทีมของ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เขาสามารถพาทีมคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ได้สำเร็จ ทั้งแชมป์ พรีเมียร์ลีก, เอฟเอ คัพ และ ยูโรเปี้ยน คัพ เป็นฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมที่สุดของทั้งตัว เฟอร์กูสันเอง และ สโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จากความสำเร็จในครั้งนี้ทำให้เขาได้รับยศอัศวิน ทำให้เขามีชื่อเต็มๆว่า “เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน”

นี่คือความสำเร็จแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น หลังจากนั้น เซอร์ อเล็กซ์ สามารถพาทีมประสบความสำเร็จอีกมากมาย เช่น แชมป์ลีกในปี 1999-2000, 2001-2001 รวมกับปี 1998-1999 เป็นการแคว้าแชมป์ลีกสามสมัยติด และการคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกในปี 2007-2008 สรุปแล้วภายใต้การคุมทีมของ เฟอร์กี้ นั้น ทีมสามารถว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 13 สมัย, เอฟเอ คัพ 5 สมัย, ลีกคัพ 4 สมัย, ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 2 สมัยและ คัพ วินเนอร์ส คัพ 1 สมัย นี่คือความสำเร็จของชายคนหนึ่งนามว่า เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้มอบให้กับทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ตำนานผู้ยิ่งใหญ่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

หลังจากที่ตำนานผู้ยิ่งใหญ่อย่าง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้เดินออกจากถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในปี 2012-2013 มีการเปลี่ยนตัวกุนซือมากถึง 3 คน ได้แก่ เดวิด มอยส์ เข้ามาคุมทีมในฤดูกาล 2013-2014 เขาพาทีมทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ และถูกปลดภายในฤดูกาลนั้น จากนั้นจึงให้ ไรอัน กิ๊กส์ เป็นกุนซือขัดตาทัพ คุมทีมไปจนจบฤดูกาล ต่อมาในฤดูกาล 2014-2015 ได้มีการแต่งตั้ง หลุยส์ ฟาน กัลป์ กุนซือมากประสบการณ์ชาวดัตช์ ถึงแม้ว่าเขาจะสามารถพาทีมคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ได้ในฤดูกาล 2015-2016 แต่ผลงานในลีกนั้น เขาพาทีมจบลงเพียงแค่อันดับที่ 5 ไม่ได้ไปเล่น ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ในฤดูกาลหน้า สโมสรจึงปลดเขาอออก ซึ่งฤดูกาลถัดมาได้มีการแต่งตั้ง โชเซ่ มูริญโญ่ เข้ามาเป็นผู้จัดการทีม เขาพาทีมคว้าแชมป์ อีเอฟแอล คัพ และ ยูโรป้าลีก ในฤดูกาล 2016-2017 และยังคงคุมทีม “ปีศาจแดง” อยู่จนถึงปัจจุบัน

 

สถิติการคว้าแชมป์ของสโมสรตั้งแต่ก่อตั้ง

ฟุตบอลลีกดิวิชั่น 1 หรือ พรีเมียร์ลีก : 20 สมัย

ฟุตบอลลีกดิวิชั่น 2 : 2 สมัย

เอฟเอ คัพ : 12 สมัย

ฟุตบอลลีกคัพ : 5 สมัย

ยูโรเปี้ยน คัพ หรือ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก : 3 สมัย

ยูฟ่า คัพวินเนอร์สคัพ : 1 สมัย

ยูฟ่า ยูโรปาลีก : 1 สมัย

อินเตอร์คอนติเนนตัลคัพ : 1 สมัย

ฟีฟ่าคลับเวิลด์คัพ : 1 สมัย

ยูโรเปียนซูเปอร์คัพ : 1 สมัย

เอฟเอชาริตี หรือ คอมมูนิตีชีลด์ : 17 สมัย (13 แชมป์เดี่ยว, 4 แชมป์ร่วม)

 

สถิติสำคัญต่างๆของนักเตะ และสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ลงสนามมากที่สุด : ไรอัน กิ๊กส์ เล่นระหว่างฤดูกาล 1990–2014 ลงสนามไปทั้งสิ้น 963 นัด

ผู้เล่นที่ยิงประตูรวมทุกรายการมากที่สุด : เวย์น รูนีย์ ทำได้ 250 ประตู

ผู้เล่นที่ยิงประตูในฟุตบอลลีกมากที่สุด : บ็อบบี้ ชาร์ลตัน ยิงได้ 199 ประตู

ผู้เล่นที่ยิงประตูในฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก มากที่สุด : รุด ฟาน นิสเตลรอย ทำได้ 38 ประตู

ผู้เล่นที่ยิงประตูสูงสุดในหนึ่งนัด : จอร์จ เบสต์ ยิงได้ 6 ประตู ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 1970 พบกับ นอร์ทแธมป์ตันทาวน์

ทำประตูได้เร็วที่สุด : ไรอัน กิ๊กส์ เวลา 15 วินาที ในเกมกับ เซาท์แฮมป์ตัน วันที่ 18 พฤศจิกายน 1995

ผู้เล่นที่ซื้อมาแพงที่สุด : ปอล ป็อกบา จากยูเวนตุส ค่าตัว 89 ล้านปอนด์

ผู้เล่นที่ขายออกไปแพงที่สุด : คริสเตียโน โรนัลโด้ ย้ายไปอยู่กับ เรอัลมาดริด ด้วยค่าตัว 80 ล้านปอนด์

ชนะติดต่อกันนานสุด : จำนวน 40 นัด จากวันที่ 24 ธันวาคม 1998 –3 ตุลาคม 1999 โดยแพ้ให้กับ เชลซี

แต้มสูงสุดในหนึ่งฤดูกาล : ฤดูกาล 1993-1994 ทำได้ 92 แต้ม จาก 42 นัด

สถิติการชนะด้วยสกอร์ขาดลอยที่สุด

-ชนะมากสุดในลีกสูงสุด 10–1 ในเกมกับ วูลฟ์แฮมป์ตัน วันที่ 15 ตุลาคม 1892

-ชนะมากสุดในยุค พรีเมียร์ลีก 9–0 ในเกมกับ อิปสวิชทาวน์ วันที่ 4 มีนาคม 1995

-ชนะมากสุดในบอลถ้วย 10–0 รายการ ยูโรเปี้ยน คัพ ในเกมกับ อันเดอร์เลซท์ วันที่ 26 กันยายน 1956

-ชนะในบ้านสูงสุด 10–0 รายการ ยูโรเปี้ยน คัพ ในเกมกับ อันเดอร์เลซท์ วันที่ 26 กันยายน 1956

-ชนะนอกบ้านสูงสุด 8–1 ในเกมกับ นอตติ้งแฮม ฟอเรสต์ วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 1999

สถิติความพ่ายแพ้ด้วยสกอร์ขาดลอยที่สุด

-0–7 ในเกมกับ แบล็กเบิร์น โรเวอร์ส ปี 1926

-0–7 ในเกมกับ แอสตัน วิลล่า ปี 1930

-0–7 ในเกมกับ วูลฟ์แฮมป์ตัน ปี 1931

คนดูในสนามสูงสุด : จำนวน 75,595 คน ในเกม พรีเมียร์ลีก ที่พบกับอาร์เซนอล ในวันที่ 17 กันยายน 2006

เก็บค่าเข้าชมสูงสุด : จำนวน 576,494 ปอนด์ ในเกม เอฟเอ คัพ ที่พบกับ เซาท์แฮมป์ตัน ในวันที่ 11 มีนาคม 1996



There are no comments

Add yours